Frag' FlorenceEvidenz. Klar. Anwendbar.
Uhr 7/8Sources Journal Tree
Easy Demo

Lokaler Crossref-Datenbestand · journal-article

ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของผู้สูงอายุในภาคตะวันออกเฉียงเหนือประเทศไทย

อัมภาวรรณ นนทมาตย์, นครินทร์ ประสิทธิ์, วรัญญู พอดี, จารุกิตต์ ยาระษี, กมลทิพย์ สุหญ้านาง, พีรยุทธ แสงตรีสุ, ศิริยาภรณ์ ไกยศรี

Nursing Research and Innovation Journal · 2026

Vollständiger Abstract

Worum geht es in dieser Arbeit?

ในปัจจุบันประเทศไทยได้เข้าสู่สังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์ซึ่งประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไปมีสัดส่วนมากกว่าร้อยละ 20 ของประชากรทั้งประเทศ การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรดังกล่าวส่งผลต่อระบบสุขภาพและนโยบายสังคมโดยเฉพาะในประเด็นสุขภาพและคุณภาพชีวิตของผูสูงอายุซึ่งปนึ่งในปัญหาที่มีความซับซ้อนและท้าทายคือพฤติกรรมการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงทางสรีรวิทยาทำให้ผู้สูงอายุมีความเปราะบางต่อผลกระทบของแอลกอฮอล์มากขึ้นและส่งผลให้เกิดภาวะแทรกซ้อนทางสุขภาพทั้งทางร่างกาย จิตใจ และสังคม โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือซึ่งมีรากวัฒนธรรมที่ผูกพันกับการดื่ม เครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นส่วนหนึ่งของงานบุญ ประเพณี และกิจกรรมทางสังคม ทำให้การดื่มเป็นบรรทัดฐานที่ได้รับการยอมรับในชุมชน งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความชุกของการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในปัจจุบัน และวิเคราะห์ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการดื่มในกลุ่มผู้สูงอายุภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยพิจารณาปัจจัยหลายมิติ ได้แก่ ปัจจัยด้านเศรษฐกิจและสังคม ปัจจัยด้านภาวะสุขภาพและพฤติกรรมสุขภาพ ปัจจัยด้านการเข้าถึงบริการสุขภาพ และปัจจัยด้านการมีส่วนร่วมทางสังคม การศึกษานี้เป็นการวิจัยเชิงวิเคราะห์แบบภาคตัดขวาง ใช้ข้อมูลทุติยภูมิจากการสำรวจผู้สูงอายุในประเทศไทย พ.ศ. 2567 ของสำนักงานสถิติแห่งชาติ กลุ่มตัวอย่างประกอบด้วยผู้สูงอายุอายุ 60 ปีขึ้นไปที่อาศัยอยู่ในจังหวัดต่าง ๆ ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือจำนวน 14,629 คน การวิเคราะห์ข้อมูลใช้สถิติเชิงพรรณนาเพื่ออธิบายลักษณะทั่วไปของกลุ่มตัวอย่างและหาความชุกของพฤติกรรมการดื่มในปัจจุบัน และใช้แบบจำลองเชิงเส้นผสมทั่วไป (generalized linear mixed model: GLMM) เพื่อวิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปรอิสระกับพฤติกรรมการดื่ม โดยมีการคำนึงถึงผลกระทบจากปัจจัยอื่นร่วมด้วย ได้แก่ จังหวัด โดยนำเสนอค่า adjusted odds ratio (AOR) และ95% confidence interval (95%CI) ผลการศึกษาพบว่าผู้สูงอายุร้อยละ 19.73 มีพฤติกรรมการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในปัจจุบัน โดยพบว่าปัจจัยที่มีความสัมพันธ์อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ได้แก่ ปัจจัยด้านเศรษฐกิจและสังคม ประกอบด้วย เพศชาย (AOR=9.21; 95%CI: 8.08–11.51) กลุ่มอายุน้อยกว่า 69 ปี (AOR=4.79; 95%CI: 3.53–6.49) สถานะการทำงานอยู่ในปัจจุบัน (AOR=2.02; 95%CI: 1.79–2.29) และรายได้ต่อปีตั้งแต่ 100,000 บาทขึ้นไป (AOR=1.25; 95%CI: 1.10–1.41) ปัจจัยด้านภาวะสุขภาพและพฤติกรรมสุขภาพ ประกอบด้วย ผู้ที่ไม่มีโรคประจำตัว (AOR=1.28; 95%CI: 1.14–1.43) และพฤติกรรมสูบบุหรี่ (AOR=7.79; 95%CI: 6.74–9.00) สำหรับปัจจัยการมีส่วนร่วมทางสังคม ประกอบด้วย ผู้ที่เป็นสมาชิกกลุ่มอาชีพพื้นบ้าน (AOR=1.49; 95%CI: 1.24–1.80) ผู้ที่เป็นสมาชิกกลุ่มจิตอาสา (AOR=1.64; 95%CI: 1.37–1.96) และผู้ที่เข้าร่วมกิจกรรมสำคัญของหมู่บ้านหรือชุมชน (AOR=1.54; 95%CI: 1.33–1.80) ผลการศึกษาชี้ให้เห็นว่าการดื่มแอลกอฮอล์ของผู้สูงอายุไม่ใช่เพียงพฤติกรรมส่วนบุคคล แต่เป็นผลจากโครงสร้างทางสังคมและวัฒนธรรมที่ส่งเสริมการดื่มเป็นส่วนหนึ่งของการมีส่วนร่วมในชุมชน การงดดื่มจึงเป็นเรื่องท้าทายทางสังคมในบริบทของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ผลลัพธ์ของการศึกษานี้สะท้อนถึงความจำเป็นในการพัฒนาแนวทางการส่งเสริมสุขภาพที่เคารพบริบทวัฒนธรรมท้องถิ่น โดยใช้แนวคิดผู้นำชุมชนต้นแบบสุขภาพดีและการเสริมพลังอาสาสมัครสาธารณสุขให้สามารถให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการดื่มแอลกอฮอล์ได้อย่างเหมาะสม รวมถึงการใช้กลยุทธ์สื่อสารความรู้สุขภาพในภาษาถิ่น เพื่อแก้ไขความเชื่อผิด ๆ เกี่ยวกับการดื่มสุราพื้นบ้าน การดำเนินนโยบายสาธารณสุขควรมุ่งเน้นการลดปัจจัยเสี่ยง การสร้างสภาพแวดล้อมทางสังคมที่เอื้อต่อสุขภาพ และการมีส่วนร่วมของผู้สูงอายุในกิจกรรมสร้างสรรค์ที่ไม่เกี่ยวข้องกับแอลกอฮอล์ เพื่อให้การลดการดื่มของผู้สูงอายุเป็นไปอย่างยั่งยืนและสอดคล้องกับวัฒนธรรมท้องถิ่นของชุมชนในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย ดังนั้น การพัฒนานโยบายและมาตรการแทรกแซงเพื่อแก้ไขปัญหาการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในผู้สูงอายุควรมุ่งเน้นการบูรณาการการดำเนินงานในหลายระดับ ได้แก่ ระดับบุคคล ระดับครอบครัว ระดับชุมชน และระดับระบบบริการสุขภาพ โดยนโยบายเชิงรุกควรให้ความสำคัญกับการคัดกรองความเสี่ยงอย่างเป็นระบบในบริการสุขภาพระดับปฐมภูมิ การจัดให้มีการให้คำปรึกษาแบบสั้นสำหรับผู้สูงอายุที่มีความเสี่ยง และการติดตามดูแลอย่างต่อเนื่องโดยทีมสหวิชาชีพด้านสุขภาพ ควบคู่ไปกับการเสริมสร้างศักยภาพของอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านและผู้ดูแลผู้สูงอายุให้มีทักษะด้านการสื่อสารเชิงจูงใจ และการให้คำแนะนำในการลดการดื่มที่เหมาะสมกับบริบททางวัฒนธรรมท้องถิ่น บุคลากรในระดับแนวหน้านี้มีบทบาทสำคัญในการเชื่อมโยงระบบบริการสุขภาพกับการสนับสนุนในระดับชุมชน โดยเฉพาะในพื้นที่ชนบทและพื้นที่ที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรม นอกจากนี้ ควรส่งเสริมให้ชุมชนพัฒนากิจกรรมทางสังคมทางเลือกที่ปราศจากแอลกอฮอล์ เช่น กิจกรรมส่งเสริมสุขภาพ กิจกรรมสันทนาการ และกิจกรรมจิตอาสา เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้สูงอายุมีส่วนร่วมทางสังคมอย่างมีความหมายโดยไม่ต้องพึ่งพาการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ แนวทางดังกล่าวจะช่วยปรับเปลี่ยนบรรทัดฐานทางสังคมเกี่ยวกับการดื่มในผู้สูงอายุอย่างค่อยเป็นค่อยไป และลดแรงกดดันทางสังคมต่อการดื่มในกิจกรรมชุมชนและงานประเพณีต่าง ๆ ในภาพรวม มาตรการเหล่านี้จะนำไปสู่การลดการบริโภคแอลกอฮอล์ในผู้สูงอายุอย่างยั่งยืน ควบคู่กับการส่งเสริมการสูงวัยอย่างมีพลัง การเสริมสร้างระบบการสนับสนุนทางสังคม และการยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุในระยะยาว ทั้งนี้ การนำกรอบนโยบายที่บูรณาการและไวต่อบริบททางวัฒนธรรมมาใช้จะช่วยให้ระบบสาธารณสุขสามารถตอบสนองต่อปัจจัยกำหนดทางสังคมและสุขภาพที่ซับซ้อนซึ่งมีอิทธิพลต่อพฤติกรรมการดื่มในวัยสูงอายุได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น คำสำคัญ : พฤติกรรมการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย ผู้สูงอายุ

Bibliografischer Nachweis

Publikationsdaten

Autor:innen
อัมภาวรรณ นนทมาตย์, นครินทร์ ประสิทธิ์, วรัญญู พอดี, จารุกิตต์ ยาระษี, กมลทิพย์ สุหญ้านาง, พีรยุทธ แสงตรีสุ, ศิริยาภรณ์ ไกยศรี
Quelle
Nursing Research and Innovation Journal
Publikation
2026-01-01
Band / Ausgabe
Nicht angegeben
Seiten
Nicht angegeben
ISSN / ISBN
2822-1389, 2822-1370
Zitationen
0 laut Crossref
Referenzen
0 hinterlegt

Zitieren

Zitierfähiger Nachweis

อัมภาวรรณ นนทมาตย์, นครินทร์ ประสิทธิ์, วรัญญู พอดี, จารุกิตต์ ยาระษี, กมลทิพย์ สุหญ้านาง, พีรยุทธ แสงตรีสุ, ศิริยาภรณ์ ไกยศรี (2026). ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของผู้สูงอายุในภาคตะวันออกเฉียงเหนือประเทศไทย. Nursing Research and Innovation Journal. https://doi.org/10.63647/nrij.v32i2.278053
RIS BibTeX CSL-JSON

Kontext

Themen, Förderung und Nutzung

Lizenzhinweise: Lizenz 1