Vollständiger Abstract
Worum geht es in dieser Arbeit?
ความเข้าอกเข้าใจ (empathy) เป็นสมรรถนะสำคัญของวิชาชีพพยาบาลที่ส่งเสริมการดูแลแบบองค์รวม การสร้างสัมพันธภาพเชิงบำบัด คุณภาพการพยาบาล และผลลัพธ์ทางสุขภาพของผู้ป่วย โดยประกอบด้วยมิติด้านความคิด อารมณ์ และพฤติกรรมที่บูรณาการร่วมกันในการปฏิบัติการพยาบาล แม้ว่าการจัดการศึกษาพยาบาลจะให้ความสำคัญกับการพัฒนาความเข้าอกเข้าใจควบคู่กับสมรรถนะทางคลินิก แต่หลักสูตรส่วนใหญ่ยังคงมุ่งเน้นการพัฒนาทักษะเชิงเทคนิคมากกว่าการพัฒนาทักษะด้านอารมณ์และการกำกับอารมณ์ของตนเอง ส่งผลให้นักศึกษาพยาบาลเผชิญความท้าทายในการแสดงความเข้าอกเข้าใจ โดยเฉพาะในสถานการณ์ทางคลินิกที่มีความซับซ้อนและความกดดันสูง จากการทบทวนวรรณกรรมพบว่า งานวิจัยที่ผ่านมาเป็นการศึกษาเชิงสำรวจหรือเชิงทดลองที่มุ่งประเมินระดับความเข้าอกเข้าใจหรือผลของโปรแกรมพัฒนาเป็นส่วนใหญ่ จึงยังไม่สามารถอธิบายกระบวนการที่ทำให้นักศึกษาพัฒนาความเข้าอกเข้าใจจากการรับรู้ความทุกข์ของผู้ป่วยไปสู่การแสดงออกเป็นพฤติกรรมการพยาบาลได้อย่างชัดเจน โดยเฉพาะในบริบทของการฝึกปฏิบัติทางคลินิก การวิจัยครั้งนี้จึงมีวัตถุประสงค์เพื่ออธิบายกระบวนการพัฒนาความเข้าอกเข้าใจของนักศึกษาพยาบาลระหว่างการฝึกปฏิบัติทางคลินิกโดยใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงคุณภาพตามแนวคิดของสเตราส์และคอร์บิน ผู้ให้ข้อมูลเป็นนักศึกษาพยาบาลจำนวน 11 คน (ชาย 3 คน หญิง 8 คน) อายุ 20–23 ปี ประกอบด้วยนักศึกษาชั้นปีที่ 3 จำนวน 4 คน และชั้นปีที่ 4 จำนวน 7 คน ซึ่งมีประสบการณ์ฝึกปฏิบัติทางคลินิกอย่างน้อย 1 ภาคการศึกษา มีประสบการณ์ดูแลผู้ป่วยมากกว่า 10 ราย และหลากหลายบริบททางคลินิก เช่น ผู้ป่วยอายุรกรรม ศัลยกรรม มะเร็งวิทยา มารดาทารก ฉุกเฉิน และ จิตเวช โดยคัดเลือกแบบเจาะจงร่วมกับการคัดเลือกแบบบอกต่อ เก็บรวบรวมข้อมูลด้วยการสัมภาษณ์เชิงลึกแบบกึ่งโครงสร้าง การสังเกต บันทึกภาคสนาม และบันทึกความจำ จนข้อมูลอิ่มตัว ใช้เวลาสัมภาษณ์รายละ 30–60 นาที บันทึกเสียงและถอดความแบบคำต่อคำ วิเคราะห์ข้อมูลควบคู่กับการเก็บข้อมูลโดยใช้วิธีการเปรียบเทียบคงที่ผ่านการให้รหัสแบบเปิด การให้รหัสแกนหลัก และการให้รหัสเลือกสรรเพื่อพัฒนาโครงสร้างเชิงทฤษฎี ตรวจสอบความน่าเชื่อถือของข้อมูลตามเกณฑ์ของลินคอล์นและกูบาได้แก่ ความน่าเชื่อถือ ความสามารถในการนำไปใช้ ความคงเส้นคงวา และความสามารถในการยืนยันผล โดยใช้การตรวจสอบจากผู้ให้ข้อมูล การปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ และการเปรียบเทียบข้อมูลอย่างต่อเนื่อง ผลการวิจัยพบว่า ความเข้าอกเข้าใจเป็นกระบวนการเชิงพลวัตที่ค่อย ๆ พัฒนาผ่านประสบการณ์การดูแลผู้ป่วยจริงโดยเกิดการเปลี่ยนแปลงด้านความคิด อารมณ์ และพฤติกรรมอย่างต่อเนื่อง แบบจำลองเชิงทฤษฎีประกอบด้วย 5 องค์ประกอบสำคัญ ได้แก่ (1) เงื่อนไขเชิงเหตุ คือ ลักษณะของผู้ป่วยและบริบททางคลินิก โดยเฉพาะผู้ป่วยที่มีความทุกข์ทรมาน เจ็บป่วยรุนแรง หรือมีปัญหาทางจิตสังคม ซึ่งกระตุ้นให้นักศึกษาเกิดการรับรู้อารมณ์และความรู้สึกร่วม (2) ปรากฏการณ์หลัก คือ กระบวนการเปลี่ยนผ่านทางจิตใจจาก “ความสงสาร” (sympathy) ไปสู่ “ความเข้าอกเข้าใจ” (empathy) ผ่านการมีปฏิสัมพันธ์กับผู้ป่วย การสะท้อนคิด และการเชื่อมโยงประสบการณ์ของตนเองกับประสบการณ์ของผู้ป่วย (3) วิธีการมีปฏิสัมพันธ์ ได้แก่ การกำกับอารมณ์ของตนเองและการขอคำปรึกษาจากอาจารย์พยาบาลในคลินิก เพื่อรักษาสมดุลระหว่างความรู้สึกร่วมกับความเป็นวิชาชีพ (4) ปัจจัยที่มีอิทธิพล ได้แก่ ประสบการณ์ทางคลินิก ความหลากหลายของผู้ป่วย ความต่อเนื่องในการดูแล และความคุ้นเคยกับผู้ป่วย ซึ่งส่งผลต่อการพัฒนาความเข้าอกเข้าใจ และ (5) ผลที่ตามมา ได้แก่ การสื่อสารกับผู้ป่วยที่มีคุณภาพมากขึ้น การดูแลผู้ป่วยอย่างเอาใจใส่ ความมุ่งมั่นในการให้การพยาบาล และการตระหนักถึงความรับผิดชอบเชิงวิชาชีพที่เพิ่มขึ้น ข้อค้นพบสำคัญของการศึกษานี้คือ การเปลี่ยนผ่านจาก “ความรู้สึกสงสาร” ไปสู่ “ความรู้สึกเข้าอกเข้าใจ” เป็นแก่นของกระบวนการพัฒนาความเข้าอกเข้าใจของนักศึกษาพยาบาล ซึ่งเกิดจากการเรียนรู้ผ่านประสบการณ์จริง การสะท้อนคิด การกำกับอารมณ์ของตนเอง และการได้รับการสนับสนุนจากอาจารย์พยาบาลในคลินิก จนความเข้าอกเข้าใจได้รับการหล่อหลอมและสะท้อนออกมาเป็นพฤติกรรมการดูแลผู้ป่วยที่มีคุณภาพ ดังนั้น สถาบันการศึกษาพยาบาลควรออกแบบประสบการณ์การเรียนรู้ทางคลินิกที่หลากหลายและต่อเนื่อง ควบคู่กับการส่งเสริมการสะท้อนคิด และการสร้างบรรยากาศการเรียนรู้ที่ปลอดภัยทางอารมณ์ โดยอาจารย์พยาบาลควรให้คำปรึกษา สนับสนุนทางอารมณ์ และให้ข้อมูลสะท้อนกลับเชิงสร้างสรรค์อย่างต่อเนื่อง เพื่อส่งเสริมการพัฒนาความเข้าอกเข้าใจและเตรียมความพร้อมให้นักศึกษาสามารถให้การพยาบาลที่มีคุณภาพ มีความเป็นมนุษย์ และยึดผู้ป่วยเป็นศูนย์กลางได้อย่างยั่งยืน คำสำคัญ : การฝึกปฏิบัติทางคลินิก การศึกษาพยาบาล ความเข้าอกเข้าใจ ทฤษฎีพื้นฐาน นักศึกษาพยาบาล
Bibliografischer Nachweis
Publikationsdaten
- Autor:innen
- Siranee Kejkornkaew, Kanokporn Ruangpermpoon
- Quelle
- Nursing Research and Innovation Journal
- Publikation
- 2026-01-01
- Band / Ausgabe
- Nicht angegeben
- Seiten
- Nicht angegeben
- ISSN / ISBN
- 2822-1389, 2822-1370
- Zitationen
- 0 laut Crossref
- Referenzen
- 0 hinterlegt
Zitieren
Zitierfähiger Nachweis
Siranee Kejkornkaew, Kanokporn Ruangpermpoon (2026). กระบวนการพัฒนาความรู้สึกเข้าอกเข้าใจในการปฏิบัติการพยาบาลของนักศึกษาพยาบาล : การวิจัยเชิงทฤษฎีพื้นฐาน. Nursing Research and Innovation Journal. https://doi.org/10.63647/nrij.v32i2.282340
Kontext
Themen, Förderung und Nutzung
Lizenzhinweise: Lizenz 1